วันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2553
ติอย่างไรไม่บ่อนทำลายบนเตียง
ธรรมชาติของผู้ชายคือถืออัตตาตัวเองเป็นใหญ่ ยิ่งเรื่องบนเตียงละก็ ขืนไปติติงมีหวังเป็นฟืนเป็นไฟ หรือไม่ก็ถึงขั้นเสียเซลฟ์กันเลยทีเดียว
ตะละแม่วีนัส
บางครั้งเราแค่อยากบอกว่าชอบแบบไหนไม่ชอบแบบไหน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าลีลาของเขาไม่ได้เรื่อง แต่ผู้ชายก็เหมาเอาว่านี่คือการหยามหมิ่นเชิงชายชัดๆ ดังนั้นจึงต้องมีเทคนิคการติเพื่อก่อ...มิให้ชีวิตเซ็กส์ต้องย่อยยับอับปางเพราะการสื่อสารบกพร่อง
1.วิจารณ์อย่างฉลาด
อันดับแรกที่ควรทำคือ วิพากษ์วิจารณ์อย่างชาญฉลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่สอนกันในคอร์สการจัดการว่า เคล็ดลับสู่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างได้ผลคือ feedback sandwich นั่นก็คือถ้าเราอยากได้สิ่งที่ดีที่สุดจากใครสักคน ควรพูดอะไรที่เป็นแง่บวกกับคนนั้นก่อน จากนั้นค่อยพูดสิ่งที่เป็นแง่ลบ แล้วก็ตบท้ายด้วยสิ่งที่เป็นแง่บวกซ้ำเข้าไปอีก ตัวอย่างเช่น ฉันชอบที่คุณจูบไซ้คอของฉัน แต่ไม่ชอบเวลาคุณไม่ตั้งใจหาคลิทอริสให้เจอ แล้วฉันก็ชอบเวลาคุณชงกาแฟให้ตอนเช้า อะไรทำนองนี้เป็นต้น
2.รู้จักชื่นชม
อันดับที่สอง โปรดจำไว้ว่า การแสดงความรู้สึกพออกพอใจชื่นชมกับความรู้สึกและความคิดเห็นของอีกฝ่ายนั้น ถือเป็นแก่นของความสัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จสุดๆ และเพื่อให้ตัวเองรู้จักชื่นชมอีกฝ่ายก็ต้องมีการฝึกควบคุมตัวเอง หมั่นฝึกปรือการสื่อสารโดยไม่มีการข่มขู่คุกคามดูบ้าง กำจัดการโต้ตอบที่นำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง เช่น แทนที่จะพูดว่าเขาเป็นคนทำลายค่ำคืนดีๆของเรา ก็บอกเขาไปว่าเราไม่เอ็นจอยกับค่ำคืนนี้เลย โดยไม่ลืมใช้น้ำเสียงราบเรียบธรรมดาเวลาแสดงความรู้สึก
3.สำคัญที่การรับฟัง
การรับฟังเป็นสิ่งที่ช่วยให้คู่รักอยู่ด้วยกันได้ ถ้าอีกฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์เราอย่างรุนแรงร้ายกาจละก็ ปฏิกิริยาอัตโนมัติของเรามักจะเป็นการโต้แย้งเพื่อป้องกันตัว มากกว่าเป็นการแก้ปัญหาเพื่อให้ทุกอย่างดีขึ้น ผู้ฟังที่ฉลาดจะปล่อยให้อีกฝ่ายพูดวิพากษ์วิจารณ์ไปเรื่อยจนจบ (ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะห้ามปากตัวเองไม่ให้เถียงขัดคอขึ้นมา) แล้วพยายามค้นหาต้นเหตุของการระเบิดอารมณ์ออกมา ซึ่งนี่ถือเป็นการแสดงความใส่ใจกัน หลังจากที่อีกฝ่ายได้พ่นคำพูดฉอดๆจนจบ และอารมณ์โกรธเริ่มทุเลาลง เราค่อยคิดพิจารณาอาการก้าวร้าวและจุดประสงค์ของเขา จากนั้นค่อยๆถามอีกฝ่ายอย่างราบเรียบสุขุมถึงต้นเหตุที่แท้จริงซึ่งเรายังไม่เคลียร์
4.ภาษากาย
การเป็นผู้ฟังที่ดีถือเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุด ซึ่งต้องมีการแสดงสีหน้าท่าทางตอบรับเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าเรากำลังซึมซับสิ่งที่เขาพูด ภาษากายของเราควรจะดูเป็นมิตรส่งสัญญาณแสดงการต้อนรับที่ดี นั่นคือหันตัวมาเผชิญหน้ากับเขา เปิดอ้อมแขนออก อย่ากอดอก อย่านั่งตัวงอ ด้วยภาษากายเช่นนี้จะช่วยให้เรารับฟังได้ดีขึ้น เปรียบเสมือนรอยยิ้มที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุข
5.กระจกเงา
ลองพูดคุยกันโดยทำตัวเหมือนเป็นกระจกเงาส่องสะท้อนภาพของอีกฝ่ายกลับไปให้เจ้าตัวดู นี่คือการแสดงให้เขาเห็นถึงสิ่งที่ทำกับเรา และอย่าลืมเติมความคิดเห็นของตัวเองลงไปด้วยว่าเราคิดว่าเขารู้สึกอย่างไร
คู่มือลัดสู่การสื่อสารที่ดี
ระวังการแปลความหมายหรือเข้าใจผิด ถ้าไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายกำลังพูดเรื่องอะไร ให้ถามเพื่อความชัวร์
ถ้าคิดจะเป็นผู้รับ ก็ต้องเตรียมตัวเป็นผู้ให้ด้วย
เมื่อไรที่ต้องพูดจาประนีประนอมกัน ให้เริ่มจากเรื่องเล็กๆก่อน
ความซื่อสัตย์...ความซื่อสัตย์...ความซื่อสัตย์...ท่องไว้ในใจเสมอ ถ้าไร้ซึ่งคุณสมบัติข้อนี้ ความสัมพันธ์ก็ไม่อาจอยู่รอดปลอดภัยได้ ถ้ามีความสุขก็บอกเขาไป หรือถ้าโกรธก็แสดงออกอย่างเปิดเผย อย่าเก็บกดเอาไว้ไม่บอกให้เขารู้ เพราะสิ่งเหล่านี้จะกัดกินตัวเราและทำลายความสัมพันธ์ในที่สุด
ต้องใช้เวลาสักระยะในการลดเกราะป้องกันตัวเองลง หากเราและเขากำลังพยายามเปิดใจมากขึ้นในเรื่องเซ็กส์ ก็ต้องอดทนสักนิด และฝึกตัวเองให้รู้จักเปิดใจต่อกันทีละนิดทีละหน่อย
ลองดูค่ะ ไล่เรียงไปทีละข้อ ของแบบนี้ต้องออกแรงฝึกฝนกันหน่อย กว่าจะจูนกันติดอาจต้องใช้เวลาบ้าง แต่ก็คุ้มที่จะลองนะคะ.
ที่มา http://lifestyle.th.msn.com/love/relationship/article.aspx?cp-documentid=4004492
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น