วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

บริหารคอ เพิ่มพลัง บรรเทาปวด



บริหารคอ เพิ่มพลัง บรรเทาปวด

อาการปวดเมื่อยบริเวณคอ มักจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับหลาย ๆ คน โดยอาการดังกล่าวอาจเป็นผลมาจากการทำงาน

บริหารคอ เพิ่มพลัง บรรเทาปวด

เช่น นั่งหลังค่อมหดลำคอจ้องจอคอมพิวเตอร์ ก้มหน้าอ่านหนังสือเป็นเวลานาน หรือการเอียงคอเพื่อให้ศีรษะหนีบโทรศัพท์แทนการถือด้วยมือ

พฤติกรรม ดังกล่าว หากทำบ่อย ๆ จะส่งเสียต่อกล้ามเนื้อบริเวณคอ และเกิดอาการปวดเมื่อย คุณผู้อ่านจึงควร ลด ละ เลิก พฤติกรรมดังกล่าว และหันมาบริหารคอ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณคอ ตามคำแนะนำต่อไปนี้...

ยืดเหยียดคอ

  • ตั้งคอตรง และเอียงคอลงไปทางซ้ายสลับขวา
  • หันคอไปทางด้านซ้ายสลับขวา
  • ตั้งคอตรง เงยหน้าเอียงคอไปข้างหลัง กลับมาตั้งคอตรง และก้มหน้า เอียงศีรษะลงพื้น


    เสริมความแข็งแรงของคอ

  • ตั้งคอตรง ใช้ฝ่ามือข้างใดข้างใดข้างหนึ่ง วางที่หน้าผาก ก้มศีรษะไปด้านหน้า โดยให้ฝ่ามือดังกล่าวเป็นตัวต้าน เสริมความแข็งแรงให้คอด้านหน้า
  • เสริมความแข็งแรงของคอด้านหลัง ด้วยการประสานมือทั้งสองข้างไว้ที่ด้านหลังศีรษะ เงยหน้ากดศีรษะไปด้านหลัง ให้มือทั้งสองออกแรงต้าน
  • ตั้งคอตรง วางฝ่ามือเหนือใบหู เอนคอไปด้านข้าง ให้ฝ่ามือช่วยต้าน แล้วสลับทำอีกด้าน เพื่อเสริมความแข็งแรงคำด้านข้าง
  • และเสริมความแข็งแรงให้กับคอด้านข้างในลักษณะหัน ด้วยการวางฝ่ามือที่แก้มใกล้ใบหู ออกแรงหันหน้าต้านฝ่ามือ ทำสลับอีกด้าน

    ข้อควรรู้

    การบริหารคอในท่าต่าง ๆ ข้างต้น ควรทำค้างแต่ละท่าราว 20 วินาที และไม่บริหารคอด้วยความรุนแรง เพราะอาจเกิดอาการบาดเจ็บได้

  • ที่มา http://lifestyle.th.msn.com/health/fitness/article.aspx?cp-documentid=3796526
  • ออกกำลังกายตามกรุ๊ปเลือด



    ออกกำลังกายตามกรุ๊ปเลือด

    วิธีออกกำลังกายให้เหมาะสมกับกรุ๊ปเลือดที่แตก ต่าง เพื่อเสริมสร้างสุขภาพกายและใจ ไม่ทำให้ร้ายกล้ามเนื้อเพราะการออกกำลังกายอย่างหักโหม

    ออกกำลังกายตามกรุ๊ปเลือด

    วันนี้ ยืดเส้นยืดสาย เตรียม

    เริ่มจากเลือดกรุ๊ปเอ ควรออกกำลังกายแบบช้า ๆ ออกแรงไม่มาก เช่น โยคะ ไท้เก๊ก ชี่กง เพราะมีโครงกระดูกเล็ก หักง่าย สืบเนื่องจากอาหารที่เหมาะสมของคนเลือดกรุ๊ปเอ คือ อาหารประเภทมังสวิรัติ หรือรับประทานเนื้อสัตว์เพียงเล็กน้อย

    ส่วนเลือดกรุ๊ปบี ที่รับประทานอาหารทั้งผักทั้งเนื้อสัตว์ได้ในสัดส่วนที่เท่ากัน จึงมีความว่องไว ให้ออกกำลังกายอย่างสมดุล ไม่หักโหมหรือเชื่องช้าเกินไป เช่น ว่ายน้ำ เดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ กอล์ฟ ปิงปอง

    สำหรับผู้ที่มีเลือดกรุ๊ปเอบี เปรียบเสมือนส่วนผสมของกรุ๊ปเอและบี ให้สังเกตตนเองว่ามักเลือกรับประทานอาหารของกรุ๊ปเอ หรือกรุ๊ปบีมากกว่ากัน เมื่อทราบแล้วก็ให้ออกกำลังกายตามลักษณะของเลือดกรุ๊ปนั้น แต่ก็ควรเพิ่มการออกกำลังกายในแบบที่เหมาะกับเลือดอีกกรุ๊ปด้วย เช่น มักรับประทานผักและผลไม้อย่างคนเลือดกรุ๊ปเอ ก็ให้ออกกำลังกายแบบช้า ๆ เป็นหลัก และเสริมด้วยการออกกำลังกายของคนเลือดกรุ๊ปบีบ้าง

    ขณะที่คนเลือดกรุ๊ปโอ เหมาะสมกับการออกกำลังกายชนิดที่ต้องออกแรงมาก เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล วิ่งทางไกล ชกมวย เนื่องจากสภาพร่างกายสามารถบริโภคเนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูงและผักได้ในปริมาณ มาก ทำให้มีโครงกระดูกที่แข็งแรง กล้ามเนื้อกระชับแน่น

    ไม่ว่าคุณจะมีเลือดอยู่ในกรุ๊ปใด ต้องไม่ลืมการเดินเร็ว 10 นาที หลังจากออกกำลังกายตามกรุ๊ปเลือดทุกครั้ง นอกจากนี้ยังควรออกมายืดเส้นยืดสายเคลื่อนไหวร่างกายให้ผิวหนังถูกแสงแดดราว 20 - 30 นาที ในช่วงเวลา 11.00 - 14.00 น. เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวมีรังสียูวีในระดับเข้มข้น ช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินดี 3 เพื่อช่วยลำเลียงแคลเซียมและแร่ธาตุต่าง ๆ ไปยังกระดูก โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นมะเร็งผิวหนัง หากไม่ได้ออกมารับแสงแดดด้วยการนอนอาบแดดอยู่เฉย ๆ กับที่ซึ่งเป็นอันตรายต่อผิวหนัง.

    ที่มา http://lifestyle.th.msn.com/health/fitness/article.aspx?cp-documentid=3797806

    วิธีปฏิบัติเมื่อแพ้อากาศ


    02/2010

    วิธีปฏิบัติเมื่อแพ้อากาศ

    หากโรคแพ้อากาศกำเริบจะทำอย่างไร วันนี้เรามีวิธีปฏิบัติมาแนะนำ

    วิธีปฏิบัติเมื่อแพ้อากาศ


    โรคแพ้อากาศหรือโรคภูมิแพ้จมูก เป็นโรคที่พบบ่อยทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก ผู้ป่วยจะมีอาการ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล มีเสมหะในคอ เลือดกำเดาไหลบ่อย และอาจพบอาการคันตา แสบตา คันหู หูอื้อ ซึ่งอาการเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับสิ่งกระตุ้น เช่น การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ฝุ่น ละอองเกสรของพืช ไรฝุ่น และขน

    วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเป็นโรคแพ้อากาศ ให้หลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ตัวไร ในฝุ่น เชื้อราในอากาศ แมลงสาบ ยุง แมลงวัน และมด โดยห้องนอน ต้องจัดให้มีของอยู่น้อยที่สุด เพื่อความสะดวกในการทำความสะอาด ส่วนหมอนต้องนำมาตากแดดบ่อยๆ และควรนำเลี้ยงสัตว์เลี้ยงมีขน เช่น แมว สุนัข ไว้ภายนอกบ้าน ที่สำคัญคือ พยายามหลีกเลี่ยงละอองเกสรหญ้า วัชพืช และดอกไม้ทุกชนิด

    ระวังสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ โดยนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ งดดื่มเหล้า งดสูบบุหรี่ และออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ส่วนทางด้านจิตใจระวังอย่าให้เครียดหรือวิตกกังวลเกินไป

    ควรล้างจมูกอย่างสม่ำเสมอด้วยน้ำเกลือ เนื่องจากสามารถลดปริมาณสารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ในจมูกได้วิธีการล้างจมูก คือ ให้ผสมน้ำต้มสุก 500 ซีซี ( ครึ่งลิตร ) กับเกลือ 1 ช้อนชา แล้วเทลงในแก้วจากนั้นดูดด้วยสลิ้งค์ โดยให้ผู้ป่วยก้มหน้ากลั้นหายใจ พร้อมบีบน้ำเข้าไปในรูจมูกช้าๆ แนะอย่าให้ผู้ป่วยแหงนหน้า เพราะจะทำให้สำลักน้ำเกลือ จากนั้นให้ผู้ป่วยสั่งน้ำมูก

    ความรุนแรงของโรคแพ้อากาศมีไม่มาก แต่รักษาให้หายขาดยาก หากควบคุมอาการของโรคไม่ดีอาจลุกลามกลายเป็นโรคหอบหืด จนอาจทำให้เสียชีวิต เนื่องจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลว

    รู้อย่างนี้แล้ว ลองนำวิธีที่แนะนำไปใช้ดูได้.

    ที่มา http://lifestyle.th.msn.com/health/tips/article.aspx?cp-documentid=3886119

    ถั่วแดงรักษามดลูก-อาหารบำรุงช่องคลอด



    ถั่วแดงรักษามดลูก-อาหารบำรุงช่องคลอด

    สำหรับคุณผู้หญิงที่มักมีอาการปวดช่วงท้องน้อย ซึ่งอาจเกิดจากการมีเลือดคั่ง ความเย็นสะสมอยู่รอบ ๆ สะดือ รังไข่ และมดลูก วิธีเยียวยาอาการดังกล่าวนั้นสามารถทำได้ง่าย ๆ

    ถั่วแดงรักษามดลูก-อาหารบำรุงช่องคลอด

    เรื่องราวดี ๆ ที่ กินดี นำมาฝากในวันนี้มีประโยชน์ เพียงนำถั่วแดง 500 กรัม บรรจุใส่ลงในถุงผ้าแล้วมัดปากถุงด้วยเชือกปอ ก่อนนำไปอบในไมโครเวฟระดับความร้อนปานกลางนาน 3-4 นาที

    ก่อนนำถุงถั่วแดงไปประคบบริเวณท้องน้อย ให้คุณผู้หญิงใช้มือลูบไล้เบา ๆ ที่ผิวหนังซึ่งตรงกับรังไข่แล้วจึงประคบด้วยถุงถั่วแดง ก็จะสามารถบรรเทาอาการเลือดคั่ง ลดบวม และบรรเทาอาการอักเสบได้

    สำหรับอาหารที่มีประโยชน์ช่วยรักษาอาการช่องคลอดอักเสบนั้น มีทั้งกระเทียมและกะหล่ำปลี มีสรรพคุณช่วยฆ่าเชื้อโรคร้าย ส่วนหอมใหญ่กับผักกาดจะช่วยบรรเทาอาการอักเสบ ขณะที่ผักกาดเกาหลีนั้นช่วยจัดการซ่อมแซมเยื่อบุผิว

    ส้มและมะเขือเทศเป็นตัวเสริมวิตามิน แถมยังกระตุ้นการทำงานของเซลล์และชะลอความแก่ ผักดองและผงชูรสจะช่วยขจัดเชื้อยีสต์ที่ก่อให้เกิดโทษแก่ร่างกาย แต่ควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ

    และในทางตรงกันข้าม อาหารที่คุณผู้หญิงช่องคลอดอักเสบควรหลีกเลี่ยงนั้นคือ อาหารที่แปรรูปมาจากข้าวสาลี ขนมปัง เบียร์ ผลิตภัณฑ์จากนม ไอศกรีม มิลค์เชค และเนื้อสัตว์ เพราะจะทำให้อาการอักเสบทวีความรุนแรงขึ้น.

    ที่มา http://lifestyle.th.msn.com/health/eatingwell/article.aspx?cp-documentid=3815140

    อาหารลดอ้วน-สูตรน้ำขจัดไขมัน



    อาหารลดอ้วน-สูตรน้ำขจัดไขมัน

    เริ่มจากข้อควรรู้เกี่ยวกับอาหารการกิน สำหรับผู้ที่ตั้งหน้าตั้งตาจะไดเอ็ทนั้นจำเป็นต้องพึงเข้าใจว่า ต้องรับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อ ครบทุกหมู่ เพียงแต่ลดปริมาณอาหาร

    อาหารลดอ้วน-สูตรน้ำขจัดไขมัน

    ตามธรรมเนียมของ กินดี ที่ต้องส่งท้ายสัปดาห์ด้วยการกิน-ดื่มเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะอาหารเพื่อการลดหรือควบคุมน้ำหนักที่กล่าวกันมาตั้งแต่ต้นอาทิตย์

    ลดขนมขบเคี้ยว ของหวาน และตัดใจจากอาหารขยะ

    ในหมวดของ เนื้อสัตว์ ควรเลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไม่มีหนัง เน้นรับประทานปลาจะดีที่สุด ส่วนวิธีการปรุงควรอบ ย่าง นึ่ง เลี่ยงทำอาหารด้วยการทอดในน้ำมันท่วมล้น ขณะที่ นม เน้นดื่มชนิดจืดพร่องมันเนย หรือนมขาดมันเนย เพราะมีปริมาณไขมันน้อยกว่านมพร้อมดื่ม ควรดื่มไม่เกิน 2 กล่องเล็กต่อวัน (ขนาดกล่องสำหรับผู้ใหญ่)

    ส่วน ไข่ เน้นนำไปนึ่ง ต้ม หรือตุ๋น ในช่วงลดน้ำหนักควรลดการรับประทานไข่แดง แต่ละสัปดาห์ไม่ควรเกิน 3 ฟอง สำหรับ ถั่วเมล็ดแห้ง อุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันชนิดที่เป็นประโยชน์ มีกากใยอาหารดีต่อระบบขับถ่าย ควรรับประทาน 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์

    หมวด ข้าว-แป้ง เน้นข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท ในแต่ละวันไม่ควรรับประทานมาก เนื่องจากร่างกายจะสังเคราะห์สารอาหารคาร์โบไฮเดรตจากข้าวและแป้งเปลี่ยน เป็นน้ำตาล ถ้าสะสมในปริมาณมากเกินความต้องการจะทำให้อ้วน

    การรับประทาน ผลไม้ ที่มีคาร์โบไฮเดรตเช่นเดียวกับข้าวและแป้ง ซึ่งควรเลือกรับประทานผลไม้รสไม่หวานจัดแทนขนมหวาน อาทิ ส้ม ชมพู่ มะละกอ แตงโม ฝรั่ง สับปะรด เพื่อให้วิตามินและเกลือแร่ที่มีในผลไม้ ควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายได้เป็นไปอย่างปกติ และเพิ่มใยอาหารเสริมการทำงานระบบขับถ่าย ควรรับประทานทั้งผลสด ๆ

    สำหรับ ผักใบเขียวและขาว มีสารอาหารอยู่ในหมวดหมู่เดียวกับผลไม้ ควรรับประทานเป็นประจำ แต่ควรสลับกับผักที่มีสีแดง-แสด อย่าง แครอต ฟักทอง มะเขือเทศ

    ใย อาหาร พบได้ในผัก ผลไม้ ข้าวซ้อมมือ แม้ร่างกายของคนเราจะไม่สามารถย่อยได้จึงต้องขับถ่ายออกมาเป็นของเสีย แต่กากใยเมื่ออยู่ในกระเพาะหรือลำไส้จะเกิดการพองตัว ทำให้ไม่รู้สึกหิวบ่อย แถมยังช่วยดูดซับไขมัน น้ำตาล สารพิษ แล้วขับออกจากร่างกาย

    ขณะที่ไขมันจากสัตว์ เช่น น้ำมันหมู ไขมันจากพืช อย่าง กะทิและน้ำมันมะพร้าว ควรงดเพราะมีไขมันที่จะเปลี่ยนเป็นคอเลสเตอรอล รับประทานมากไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ ส่วนไขมันจากพืชในรูปของน้ำมันพืช รับประทานได้แต่เพียงน้อย

    มาถึงสูตรเครื่องดื่ม ที่มีสรรพคุณลดความอ้วนและขจัดไขมันส่วนเกิน ที่ใช้ผักและผลไม้เป็นส่วนผสม มี แครอต อันอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน ในทางโภชนาการชี้ว่า แครอตสามารถขจัดไขมันส่วนเกินจากตับ ดีต่อการย่อยอาหาร ส่วน กีวี จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ไม่ทำให้เป็นหวัดง่าย

    ก่อนปรุงดื่ม มาเตรียมส่วนผสมตามสัดส่วน ดังนี้
    แครอต 1 ถ้วย
    กีวี 1 ถ้วย
    น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย

    โดยวิธีการปรุง ให้นำแครอตไปขูดเป็นเส้น ส่วนกีวีปอกเปลือกก่อนฝานเป็นแว่นชิ้นบาง ๆ จากนั้นนำส่วนผสมทั้งสองชนิดไปสกัดรวมกันด้วยเครื่องสกัดน้ำผักและผลไม้ เสิร์ฟพร้อมน้ำแข็งป่นเพิ่มความเย็นสดชื่น ดื่มเป็นประจำจะช่วยขจัดไขมันส่วนเกิน.

    ที่มา http://lifestyle.th.msn.com/health/eatingwell/article.aspx?cp-documentid=3840893

    วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

    คลิปนร. เริงสวาทในห้องน้ำระบาด


    ฝ่ายหญิงยังหน้าตาละอ่อน สวมแว่นสายตา ผิวขาวผ่อง ส่วนฝ่ายชายหัวศีรษะเห็นหน้าไม่ชัดนัก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านภาพ คาดว่าระหว่างที่ทั้งสองกำลังเพลิดเพลิน

    ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ได้มีกลุ่มวัยรุ่นร้านอินเทอร์เน็ต นำภาพ 2 นักเรียนชายหญิง ระดับมัธยมศึกษา กำลังเริงสวาทในห้องน้ำอย่างถึงพริกถึงขิง มาแพร่ภาพให้เพื่อน ๆ ดู พร้อมใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปเก็บไว้กระจายส่งต่อกันอีก ซึ่งคลิปดังกล่าวเป็นภาพนักเรียนชายหญิง กำลังผลัดกันเล้าโลมรุกรับภายในห้องขนาดเล็ก

    ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นห้องน้ำของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ความยาวประมาณ 7 นาที โดยฝ่ายหญิงยังหน้าตาละอ่อน สวมแว่นสายตา ผิวขาวผ่อง ส่วนฝ่ายชายหัวศีรษะเห็นหน้าไม่ชัดนัก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านภาพ คาดว่าระหว่างที่ทั้งสองกำลังเพลิดเพลิน คงมีเพื่อนยื่นกล้องโทรศัพท์มือถือแอบถ่ายจากห้องน้ำที่อยู่ติดกัน

    นายหนึ่ง หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นที่ได้รับชมคลิป กล่าวว่า คลิปดังกล่าวสร้างความเสื่อมเสียให้กับโรงเรียนเป็นอย่างมาก จึงอยากให้คณะครูอาจารย์ที่ทราบข่าวเรื่องนี้ ช่วยกระตุ้นนักเรียน นักศึกษาในสังกัด ว่าจะทำอะไร แม้เป็นในที่ลับอย่านึกว่าจะพ้นสายตาพวกโรคจิต ที่คอยแอบถ่ายภาพลงในอินเทอร์เน็ตหรือกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบล่อลวงวัยรุ่นสาว ๆ มาเป็นเหยื่อ และถ่ายคลิปนำมาขายทางอินเทอร์เน็ตให้กับสมาชิก

    สวป.สภ.กะทู้ กล่าวว่า ได้กำชับให้สายตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ เน้นการตรวจตราร้านอินเทอร์เน็ต เพื่อตรวจสอบป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าเว็บไซต์ลามก หากพบว่าร้านไหนปล่อยปละละเลย จะมีการดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดต่อไป

    ที่มา http://www.talkystory.com/site/article.php?id=9028

    เกรย์ กูซ วอดก้า จับมือเซอร์เอลตัน จอห์น จัดงาน Grey Goose Character & Cocktail 2009


    เกรย์ กูซ สุดยอดวอดก้าที่มีรสชาติดีที่สุดในโลก และท่านเซอร์ เอลตัลจอห์นร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน “Grey Goose Character & Cocktail 2009” งานการกุศลยิ่งใหญ่ระดับโลก เชิญเหล่าเซเลบชื่อดังมาออกแบบบาร์ส่วนตัวที่สะท้อนคาเรคเตอร์และรสนิยม พร้อมจับคู่จับมิโซโลจิสต์มือเยี่ยม เพื่อสร้างสรรค์เครื่องดื่มค็อกเทลให้เข้ากับบาร์ของแต่ละคน งานสุดหรูอลังการที่ร่อนบัตรเชิญยังแขกเศรษฐีใจบุญระดับเวิลด์คลาสที่บินมาร่วมงานดินเนอร์กว่า 700 คน ไฮไลท์คือ บาร์ 'Lil Box of Tracks' ของ ลิลลี อัลเลน นักร้องและนางแบบสาว ที่ถูกประมูลไปในราคา 100,000 ปอนด์ ทำสถิติสูงสุดตลอด 3 ปีของการจัดงาน ซึ่งเป็นการดึงเอาเสียงเพลงที่อยู่ในจิตวิญญาณของเธอมาสร้างบาร์เป็นในฝัน ลักษณะคล้ายกับหีบตู้เพลงสี่ใบ ที่พับได้เมื่อเปิดออกกลายเป็นบาร์ส่วนตัวพร้อมโซฟา ลำโพงและเครื่องเล่นเทิร์นเทเบิ้ล ส่วนค็อกเทล ‘Stereotonic’ นั้นคิดค้นโดย มัล อีแวน์ มิกโซโลจิสต์ที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของอังกฤษให้เหมาะสำหรับการนั่งจิบแบบสบายๆ ระหว่างฟังเพลงสุดโปรด งานจัดในค่ำคืนวันที่ 13 ธันวาคม ณ โรงแรมสุดหรู Grosvenor House กลางกรุงลอนดอน โดยรายได้จากการประมูลทั้งหมด มอบให้แก่ Elton John Aids Foundation

    ที่มา http://news.impaqmsn.com/articles_pr.aspx?id=299941&ch=pr

    เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก 2010


    เคทีซีจับมือบิ๊กสมาคมท่องเที่ยวชวนผู้ประกอบการลั่นฆ้องเปิดเวที “เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก 2010” มหกรรมท่องเที่ยวยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


    เคทีซีร่วมกับสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) และไทย - อะมาดิอุส ประกาศจัดงานมหกรรมท่องเที่ยวครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก 2010” (Thai International Travel Fair 2010) ระหว่างวันที่ 25 - 28 กุมภาพันธ์ 2553 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมอัดฉีดงบการตลาดถึง 20 ล้านบาท ด้วยพื้นที่จัดงานขนาดยักษ์ถึง 20,000 ตารางเมตร กับบูธผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศถึง 1,120 ราย ที่ร่วมกันมอบข้อเสนอส่วนลดและสิทธิพิเศษด้านการเดินทางและท่องเที่ยวแบบเต็มพิกัด ทั้งแพ็คเกจทัวร์ โรงแรมและ ตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ สะดวกสบายกับสินเชื่อเพื่อการเดินทางและท่องเที่ยว สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่กับบูธฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ครั้งแรกในเมืองไทย และรับไมล์สะสมสูงสุดถึง 50,000 ไมล์ เมื่อใช้จ่ายในงานผ่านบัตรเครดิต “เคทีซี - รอยัล ออร์คิด พลัส” เพื่อร่วมฉลองการบินไทยครบรอบ 50 ปี พร้อมร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท คาดมีผู้ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีตลอด 4 วัน รวม 280 ล้านบาท

    นายสถาพร สิริสิงห รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส ฝ่ายการตลาดเพื่อการสันทนาการ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เคทีซีได้ร่วมสนับสนุนการจัดงานมหกรรมท่องเที่ยว “เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก” อย่างต่อเนื่อง เป็นครั้งที่ 5 และในปีนี้เคทีซีได้จัดสรรงบการตลาดถึง 20 ล้านบาท เพื่อให้สมาชิกเคทีซีและผู้รักการเดินทางที่มาในงานได้รับสิทธิพิเศษด้านการ เดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศอย่างครบวงจรและคุ้มค่าที่สุด โดยมีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวชั้นนำกว่า 1,120 ราย อาทิ องค์กรส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว สายการบิน บริษัทนำเที่ยว โรงแรม รีสอร์ททั้งในและต่างประเทศ รถเช่า เรือ อุปกรณ์ท่องเที่ยว ร้านค้าของฝากของที่ระลึก สินค้าโอท็อปทั่วทุกภูมิภาค มาร่วมกันออกบูธบนพื้นที่จัดงานในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ถึง 20,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์จะมาร่วมจัดกิจกรรมสนุกสนานและสร้าง สีสันภายในงาน พร้อมร่วมฉลองครบรอบ 50 ปีกับการบินไทย สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี - รอยัล ออร์คิด พลัส ทุกประเภท สามารถเลือกซื้อแพ็คเกจพิเศษกว่า 50 รายการ และรับไมล์สะสมสูงสุดถึง 50,000 ไมล์ ที่เคทีซี อาร์โอพี พาวิลเลี่ยน (KTC ROP Pavilion)”

    “สำหรับสมาชิกเคทีซี นอกจากจะได้รับส่วนลดในการจองโรงแรม แพ็คเกจท่องเที่ยว และตั๋วเครื่องบินแล้ว ยังจะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมอีกมากมาย อาทิ 1) เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีและสินเชื่อเพื่อการท่องเที่ยวภายในงาน สามารถนำเซลล์สลิปแลกรับของรางวัลทันที เช่น ใช้จ่ายตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป รับบัตรรับประทานอาหารที่เอ็มเค เรสโตรองต์ มูลค่า 200 บาท 1 ใบ หรือเมื่อใช้จ่ายตั้งแต่ 50,000 บาท ขึ้นไป รับกระเป๋าเดินทางล้อลาก G2000 มูลค่า 3,500 บาท 1 ใบ และเมื่อใช้จ่ายตั้งแต่ 150,000 บาท ขึ้นไป รับกระเป๋าล้อลาก Hard Case Traveler 28 นิ้ว มูลค่า 5,590 บาท 2) นำคะแนนสะสม KTC Forever Rewards แลกรับสินค้าและบริการด้านการเดินทางท่องเที่ยวในงานได้ก่อนใคร 3) เพียงใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีภายในงาน บวกคะแนนสะสม KTC Forever Rewards รับสิทธิร่วมกิจกรรมที่ “เคทีซี โฟโต้ โซน” ซึ่งเคทีซีร่วมกับบิ๊ก คาเมร่า ให้สมาชิกบันทึกภาพตนเองบนปกนิตยสารชื่อดัง 4) บริการสินเชื่อพร้อมใช้เพื่อการเดินทางและท่องเที่ยวโดยเฉพาะ”

    “นอกจากนี้ เคทีซียังได้เตรียมเครื่องรูดบัตร (EDC) สำหรับผู้ประกอบการที่มาร่วมออกบูธภายในงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ รวมถึงผู้ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีภายในงาน ยังไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการรูดบัตรอีกด้วย เคทีซีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมจัดงานมหกรรมท่องเที่ยว “เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก 2010” จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการช่วยกระจายรายได้ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปี และคาดว่าตลอด 4 วันในการจัดงาน จะมีสมาชิกใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีมากถึง 280 ล้านบาท โดยงานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 25 - วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 21.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถนนรัชดาภิเษก”

    ที่มา http://news.impaqmsn.com/articles_pr.aspx?id=302476&ch=pr

    นร.นักเลงยิงอริดับ 2 ศพ


    สั่งปิดทันทีทั้ง 2 สถาบัน เปิดศึกฆ่าล้างแค้น 2 สถาบันนักเรียนนักเลง ซิ่ง จยย.ประกบยิงคู่อริ เทคโนปทุมฯ ดับสยองกลางดึกแต่ไปไม่รอดถูกรวบทันควันยกแก๊ง สารภาพอ้างยืมปืนรุ่น พี่มาปิดบัญชี ก่อนเจ้าของปืนขอคืน ไม่หนำใจช่วงเช้า 2 มือปืนตามประกบซัลโว ปวช. ปี 2 สถาบันเดิมเซ่นสังเวยเป็นศพที่ 2 ดับสยองคาถนนย่านรังสิต หลังซ้อนท้าย จยย. เพื่อนไปเรียนหนังสือ "ชินวรณ์" กร้าววอน ตร.บังคับใช้กฎหมายเฉียบ พร้อมสั่งปิด 2 สถาบันหวั่นบานปลาย เหตุยิงนักศึกษารายนี้ เกิดขึ้น เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 15 ก.พ. พ.ต.ท. สมาน เสมี สวส.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณข้างร้านทันตแพทย์ สว่าง ภายในตลาดรังสิต หมู่ 2 ต.ประชาธิปัตย์ จึงพร้อมกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่างนายเอกภพ มะลิลา อายุ 17 ปี เป็นนักเรียน ปวช.ปี 2 แผนกช่างยนต์ โรงเรียนเทคโนโลยีปทุมธานี ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ศีรษะ 1 นัด แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา สอบสวนพยานที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีกลุ่มวัยรุ่น 5 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 2 คน ได้พากันมานั่งดื่มเบียร์ ที่หน้าร้านขายทองชื่อร้านอึ้งฮกเฮง ภายในตลาดรังสิต โดยนั่งดื่มกันอยู่นาน จนกระทั่งผู้ตายได้ลงจากรถแท็กซี่ เพื่อเดินกลับที่พัก ระหว่างนั้นวัยรุ่นผู้หญิง 2 คน ได้ลุกไปเรียกรถแท็กซี่ให้ขับไปส่ง ส่วนชาย วัยรุ่น 3 คนที่นั่งดื่มเบียร์อยู่ได้พากันขี่รถจยย.ยามาฮ่ามีโอ สีม่วง ไม่ทราบทะเบียน ขี่ตามผู้ตายเข้าไปในตลาดรังสิต จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด เมื่อเข้าไปดูก็พบว่าชายวัยรุ่น 3 คนเป็นคนลงมือยิงผู้ตายจนเสียชีวิต แล้วขี่รถหลบหนีไป ด้านนายกฤษณะ (สงวนนามสกุล) อายุ 17 ปี เพื่อนของผู้ตาย กล่าวว่า ตนพักอยู่หอพักเดียวกับผู้ตาย โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา เพื่อนอีกคนโทรศัพท์ไปหาผู้ตาย โดยนายเอกภพบอกว่าถูกพวกเทคโนโลยีดุสิตตามมา อยู่ระหว่างกำลังเดินทางกลับหอพัก จากนั้นก็วางสายไป จนมาทราบว่าถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว ภายหลัง พ.ต.ต.ภาคภูมิ โห้ใย สว.สส. พร้อมกำลังสามารถติดตามจับกุมตัวนาย อนิรุทธ์ ทองภิรมย์ อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นมือปืน นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี และนายบี (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี โดยทั้งหมดเป็นนักเรียนของโรงเรียนเทคโนโลยีดุสิต ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี จากการสอบสวนทั้งหมดให้การรับสารภาพ นาย อนิรุทธ์ มือปืน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปยืมปืน .32 มาจากเพื่อนรุ่นพี่ที่โรงเรียน และพากันมานั่งดื่มเบียร์อยู่หน้าตลาดรังสิต เพื่อรอนักเรียนสถาบันคู่อริ และมองเห็นนายเอกภพ ซึ่งจำได้ว่าเรียนอยู่เทคโนโลยีปทุมธานี กำลังเดินกลับที่พัก จึงพร้อมกับพวกขี่รถ จยย.ตามไปยิงแล้วหลบหนีกลับห้องพักย่านเมืองเอก ส่วนปืนนั้นได้มีนายป๋อง กับนายพล มารับปืนไป ซึ่งตำรวจจะได้สืบสวนต่อไป ต่อมา เมื่อเวลา 08.40 น. วันเดียวกัน พ.ต.ท.ไพสิฐ ออมสิน สวส.สภ.ปากคลองรังสิต อ.เมืองปทุมธานี รับแจ้งเหตุยิงกันตาย บริเวณกลางถนนสายรังสิต-ปทุม ธานี เหตุเกิดช่วงก่อนข้ามสะพานต่างระดับบางพูน หน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ หมู่ 5 ต.บางพูน อ.เมือง จึงพร้อม พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผกก.แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และมูลนิธิร่วมกตัญญู ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณกลางถนน ก่อนขึ้นสะพานต่างระดับบางพูน พบศพนายเสกสิทธิ์ วงเวียน อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 6 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และเป็นนักเรียน ปวช.2 ช่างอิเล็กทรอนิกส์ โรงเรียนเทคโนโลยีปทุมธานี นอนเสียชีวิต จมกองเลือด สภาพศพถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่บริเวณด้านหลัง ใกล้กันพบรถจยย.ยามาฮ่า นูโว ทะเบียน วษธ 317 กรุงเทพ มหานครล้มอยู่ สอบสวนนายเจนณรงค์ พิมพ์ดี อายุ 18 ปี นักเรียนสถาบันเดียวกัน และเป็นเพื่อนของผู้ตาย ให้การว่า ช่วงเช้าก่อนเกิดเหตุตนได้ขี่รถ จยย.ไปรับผู้ตายที่บ้านย่านคลองสอง ธัญบุรี เพื่อไปเรียนตามปกติ ระหว่างที่ขี่รถมาตามถนน ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด เมื่อมองไปที่กระจกหลังก็เห็นชายวัยรุ่นสวมหมวกกันน็อกสีดำ มีคนซ้อนท้ายสวมหมวกกันน็อก สวมเสื้อลายพรางแบบทหาร ขี่รถ จยย.ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงินดำ ขับตามหลังมา ตนเองจึงพยายามเร่งเครื่องหลบหนี แล้วก็มีเสียงปืนดังขึ้นอีก 1 นัดไล่หลังมา ก่อนที่คนตาย ซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถ จยย. ของตนจะฟุบตัวลง และร่วงจากรถของตนลงไปนอนกับพื้นถนน ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุนั้นได้ขี่รถ จยย.หลบหนีไปทันที เมื่อตนเองจอดรถเพื่อจะเข้าช่วยเหลือเพื่อนก็พบว่าเพื่อนเสียชีวิตแล้ว ส่วนสาเหตุนั้นตนไม่ทราบเพราะพวกตนไม่เคยมีเรื่องกับใครแต่อย่างใด ด้านนายบุญส่ง วงเวียน อายุ 57 ปี พ่อของ ผู้ตาย ซึ่งเดินทางมาดูศพของลูกชาย กล่าวด้วยน้ำตาว่า ลูกชายตั้งใจเรียนและไม่เคยไปมั่วสุมหรือก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับใคร โดยทุกวันจะไปโรงเรียนกับเพื่อนที่สนิทกันโดยนั่งรถ จยย.ของเพื่อนไปโรงเรียน ซึ่งไม่คิด ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับลูก เพราะไม่ใช่คนเกเร ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวคน ร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้ ด้าน พล.ต.ต.เมธี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ จะได้เร่งรัดสืบสวนสอบสวน และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกหากล้องวงจร ปิด ตามบริษัทห้างร้าน ที่ติดตั้งอยู่ริมถนน สายนี้ ซึ่งคาดว่ามีอยู่จำนวนมาก ร่วมทั้งศูนย์ควบคุมการจราจรของทางด่วน ที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อนำมาดูว่าในช่วงเกิดเหตุนั้น ผู้ ก่อเหตุใช้ยานพาหนะยี่ห้อและรุ่นใด รวม ทั้งรูปพรรณของคนร้าย เพื่อจะได้ใช้เป็นแนวทางในการติดตามตัวคนร้าย และในเบื้องต้นยังคงระบุไม่ได้ว่าทั้ง 2 คดีนั้น เกี่ยวพันกันหรือไม่ ซึ่งตำรวจจะได้สอบสวนขยายผลถึงกลุ่มต่าง ๆ ที่ร่วมลงมือ เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป วันเดียวกัน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าเป็นการล้างแค้นระหว่างสถาบัน ตนได้มอบหมายให้นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.) ในฐานะ ที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ประสานกับสถานศึกษา และ สตช.ในการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเคร่งครัดกับเด็กกลุ่มนี้ เพราะที่ผ่านมาเมื่อเกิดเหตุนักเรียน นักศึกษาตีกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจดำเนินคดีอย่างอะลุ้มอล่วยและประนีประนอม เพราะเห็นใจว่าเด็กกลุ่มนี้ยังเป็นเยาวชนในวัยเรียนอยู่ แต่เมื่อเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งอีกทั้งยังทวีความ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ นั้น ตนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมายในการดำเนินคดีกับเด็กกลุ่มนี้อย่างเคร่งครัดกว่าที่ผ่านมา ขณะที่ นายเฉลียว กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งปิดโรงเรียนเทคโนโลยีปทุมธานี และโรงเรียนเทคโนโลยีดุสิต จนถึงวันที่ 22 ก.พ. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปดูแลอย่างจริงจัง นอกจากนั้นในส่วนของ ศธ.มีการประสานงานอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งอยู่ระหว่างพิจารณาว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของความขัดแย้งระหว่างสถาบัน หรือปัญหาขัดแย้งส่วนตัว เพื่อหาแนวทางในการป้องกันและลงโทษผู้ ที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปในเร็ว ๆ นี้.

    ที่มา http://news.impaqmsn.com/articles.aspx?id=304100&ch=gn1

    ล่ามือยำปลัดเทศบาลแม่ริม


    ตำรวจภูพิงค์เร่งออกล่ามือยำปลัดเทศบาลตำบลแม่ริมอ่วมเย็บ15เข็ม

    เมื่อช่วงค่ำวันนี้ (15 ก.พ.) พ.ต.ท.วิทยา วิญญายอง สวส.สภ.ภูพิงค์ จ.เชียงใหม่ รับแจ้งจากโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม 1 ว่ามีปลัดเทศบาลตำบลแม่ริม อ.แม่ริม ถูกคนร้ายรุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสมารักษาตัวที่โรงพยาบาล จึงรีบไปตรวจสอบพบแพทย์พยาบาลกำลังช่วยกันเย็บแผลให้นายนพดล รัฐศุภางค์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 690 หมู่ 1 ต.ริมใต้ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ปลัดเทศบาลตำบลแม่ริม สภาพมีแผลฟกช้ำตามลำตัว ศีรษะแตกเป็นแผลยาวถูกเย็บทั้งหมด 15 เข็ม

    สอบสวนนายนพดล ให้การว่า เมื่อเวลา 19.00 น.ที่ผ่านมาตนได้พาพนักงานเทศบาลไปจัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะเทศบาลจาก จ.ลพบุรี ที่มาศึกษาดูงานในเทศบาลตำบลแม่ริม เมื่องานเลี้ยงดำเนินไปได้ชั่วโมงเศษ ตนจึงขอตัวกลับบ้าน โดยเดินออกมาที่ลานจอดรถ จู่ ๆ มีชายสองคนอายุประมาณ 30 ปี แต่งกายชุดดำ ใส่เสื้อคลุมสีดำ เดินมาทักทายว่า "สวัสดีครับพี่" จากนั้นทั้งสองคนก็รัวกำปั้นที่ใส่สลับมือไว้ เข้าใบหน้าและลำตัวจนล้มลงและรุมกระทืบอย่างหนักหน่วง โชคยังดีพนักงานในร้านเห็นเหตุการณ์ จึงเรียกให้คนช่วย ทำให้คนร้ายรีบขึ้นรถยนต์หลบหนีไป คาดสาเหตุมาจากปัญหาในที่ทำงาน เพราะตนไม่มีหนี้สิน ไม่มีเรื่องชู้สาว มีแต่เรื่องงานที่ขัดแย้งกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่รายหนึ่ง ถึงขนาดเคยถูกข่มขู่ว่าจะทำร้าย และก็มาเกิดเหตุจริง ๆ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนจับกุมผู้ก่อเหตุต่อไป.

    ที่มา http://news.impaqmsn.com/articles.aspx?id=304069&ch=gn1

    วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

    รวบสาวอ้างเป็นหม่อมหลวงเบ่ง ตร.บางเขน

    โดย พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงผลการจับกุม น.ส.จุฬาลักษณ์ ฟอสเตอร์ อายุ 28 ปี หลังแอบอ้างและปลอมบัตรประชาชนใช้ชื่อนำหน้าเป็นหม่อมหลวงจุฬาลักษณ์ กิติยากร พร้อมของกลางเป็นหนังสือแอบอ้างจากสำนักพระราชวังและเอกสารมีรอยการประทับตราประจำราชสกุลกิติยากร 1 ฉบับ โดย น.ส.จุฬาลักษณ์ ได้ทำหนังสือปลอมจากสำนักพระราชวังตำรวจ สน.บางเขน อ้างว่าห้ามตำรวจดำเนินการเรื่องระเมิดลิขสิทธิ์และให้เจ้าหน้าที่ทุกคนดูแลบุคคลสำคัญในราชสกุลชั้นสูง หลังไปเปิดท้ายขายสินค้าละเมิดสิขสิทธิ อาทิ กระเป๋า น้ำหอม ที่ห้างสรรพสินค้าโลตัสบางเขน ตำรวจเห็นท่าทางมีพิรุจจึงทำการตรวจสอบพบว่าเอกสารทั้งหมดเป็นของปลอม ซึ่งน.ส.จุฬาลักษณ์ ได้เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อจากนางสาว เป็นหม่อมหลวง ที่สำนักงานเขตบางเขนเมื่อปี 2551 และเมื่อปี 2552 ได้เปลี่ยนคำนำหน้าของบุตรชาย จากเด็กชายเป็นหม่อมราชวงค์ด้วยนอกจากนี้ น.ส.จุฬาลักษณ์ ยังตั้งมูลนิธิ ขึ้นมาเรี่ยไรเงินโดยอ้างว่าใช้ในการกุศล ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติของน.ส.จุฬาลักษณ์ยังพบอีกว่าเคยต้องโทษในคดีลักทรัพย์และรับของโจร 2545

    ขณะที่พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่าบุคคลที่กระทำการแอบอ้างในลักษณะนี้จะต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะเป็นการกระทำที่กระทบต่อความรู้สึกของคนไทย
    ที่มา http://news.sanook.com/-%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87-%E0%B8%95%E0%B8%A3.%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%99--898632.html